กระจกใส...อีกไอเดียการทำบ้านไม่รู้จบ

       
         กระจก...ในสมัยก่อนเมื่อพูดถึงแล้วหลายคนมักจะนึกถึงพวกกระจกเงา หรือกระจกประตูหน้าต่าง แต่ในปัจจุบันนี่ได้มีการใช้อย่างกว้างขวางมากขึ้น ไม่ว่าจะทำเป็นเฟอร์นิเจอร์ภายในบ้านอย่างโต๊ะ เก้าอี้ หรือแม้แต่เป็นผนัง(กระจก)กั้นห้อง ไปจนถึงการใช้เป็นหนึ่งในวัสดุหลักในการทำบ้านเลยทีเดียว  แต่ถึงจะเป็นแค่กระจก แต่คุณรู้หรือไม่ว่าวัสดุประเภทกระจกใสที่ใช้สำหรับเวลาสร้างบ้านนี่ก็แตกออกเป็นหลายแบบเหมือนกันนะครับ โดยหลักๆแล้ว มักจะมีอยู่ 4 แบบ ที่นิยมใช้กัน  แต่เดี๋ยวผมจะค่อยๆ ทยอยเล่านะครับว่ามีอะไรบ้าง :)

 

แบบที่ 1 กระจกใส

เป็นกระจกที่เราจะเห็นกันค่อนข้างบ่อย ไล่ไปตั้งแต่เฟอร์นิเจอร์ภายในบ้านจนถึงบ้านกระจกตามร้านค้าในห้าง แต่ในปัจจุบันนี้สำหรับอาคารบ้านเรือนที่กระจกต้องเป็นส่วนประกอบภายนอกอาคารมักจะไม่นิยมใช้เท่าไร เพราะกันความร้อนและกันแสงไม่ได้นั่นเอง  ส่งผลให้ภายในอาคารได้รับความร้อนและแสงแบบฟูลพาวเวอร์  ยิ่งถ้าบ้านใช้พื้นไม้แล้วหล่ะก็  อาจจะทำให้สีไม้บริเวณที่โดนแดดประจำซีดได้เร็วกว่าจุดอื่นๆอีกนะครับ

ในทางกลับกัน  กระจกประเภทนี้จะค่อนข้างนิยมใช้กันมากเลยหล่ะครับ  ตามอาคารใหญ่ๆต่างๆ เช่น ร้านค้าภายในห้างสรรพสินค้า เป็นต้น  แต่กระจกประเภทนี้ไม่นิยมใช้ที่เป็นกระจกเพียวๆไม่ได้ปรับปรุงเพิ่มเติมออพชั่น เพราะมีความอันตราย(เมื่อแตก)ค่อนข้างมากทีเดียว  อาจจะส่งผลถึงแก่ชีวิตได้หากเป็นกระจกแผ่นใหญ่ๆ  จึงมักจะนิยมใช้เป็นแบบกระจกใสเทมเปอร์หรือกระจกใสลามิเนตมากกว่า  เพื่อความปลอดภัย แข็งแรง ถึก อึด ทน!!!

ดังนั้นแล้วหากคุณกำลังมองหากระจกไปทำเป็นพาทิชั่นภายในบ้านแล้วหล่ะก็  กระจกใสนับเป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่น่าสนใจครับ  เพราะนอกจากความโปร่งแสงแล้วถ้าเราใช้เป็นเทมเปอร์หรือลามิเนต ก็จะยิ่งปลอดภัยและรักษาความสะอาดง่ายด้วยหล่ะครับผม

 

 

 

ประเภทที่ 2 กระจกเขียว(กระจกตัดแสง)

        กระจกตัดแสงนี่ จริงๆแล้วกรรมวิธีการทำนั้นก็มาจากกระจกใสนั่นหล่ะครับ เพียงแต่ว่าในช่วงที่กำลังหลอม จะมีการเพิ่มออกไซด์ของโลหะเข้าไปผสมด้วย(ซึ่งแต่ละสีจะแตกต่างกันไปตามชนิดของโลหะและความเข้มข้น)จึงทำให้เมื่อเสร็จสมบูรณ์แล้วกระจกจึงมีสีเขียวฟรุ้งฟริ้งนั่นเองครับ(ตรงไหนห๊ะ?) 

        แต่ว่านอกจากจะตัดแสง(ประมาณ25%)ได้แล้ว  ยังช่วยกันความร้อน(อุณหภูมิลดลงประมาณ51%)ที่จะเข้าสู่ตัวบ้านได้ด้วยนะครับ ว้าวมันดูเพอร์เฟ็กต์มาก  กันแสงได้ยังกันความร้อนได้ด้วย แต่ช้าก่อนครับ!!! ทุกอย่างในโลกนี้ย่อมมีสองด้านเสมอ เหมือนขาวกับดำ หยินกับหยาง  กระจกตัดแสงก็เช่นเดียวกันครับ  ในต่างประเทศเค้าจะเรียกกระจกชนิดนี้ว่า Heat-Absorbing Glass หรือกระจกอมความร้อน  เพราะความร้อนจากภายนอกนั้นจะสะสมไว้ตรงผิวกระจกนั่นเองครับก็เลยทำให้ความร้อนเข้ามาสู่ภายในน้อยลง  ซึ่งตรงนี้หล่ะครับเป็นข้อเสีย  ถ้าหากกระจกถูกบดบังบางส่วนจะทำให้ความร้อนที่อมไว้กระจายไปสู่กระจกได้ไม่เสมอทั่วแผ่น  ทำให้เกิดความแตกต่างกันของอุณหภูมิเมื่อมากเข้ากระจกก็อาจจะระเบิดตู้มได้(นี่ก็เว่อร์ไป) อันที่จริงหมายถึงกระจกแตกหล่ะครับ  ดังนั้นถ้าหากจะนำกระจกชนิดนั้นไปใช้กับงานภายนอกแล้วคงจะต้องคิดดีๆหน่อยนะครับผม  แต่ในปัญหาก็ย่อมมีทางออกครับโดยการใช้เป็นกระจกเทมเปอร์หรือลามิเนตแทนที่จะเป็นกระจกแบบธรรมดานั่นเองครับ  หรือในบางครั้งช่างอาจจะแนะนำกระจกประเภทฮีทสเตร็งเท่น(รายละเอียดจะพูดในบทความอื่นต่อไป)มาแทน  ตรงนี้ก็ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์การใช้แล้วหล่ะครับ หากไม่ใช่อาคารสูงอะไร เป็นเพียงบ้าน1-2ชั้นก็สามารถใช้กระจกเทมเปอร์หรือลามิเนตได้ครับไม่มีปัญหา  ซึ่งเมื่อเวลาที่แตกก็จะปลอดภัยต่อเราๆท่านๆหน่อย

        ดังนั้นจากข้อดีข้อเสียที่ว่ามานี้หากถามว่ากระจกประเภทนี้เหมาะกับงานแบบไหน ก็ตอบได้เลยครับว่าใช้ได้ทั้งงานภายในและภายนอก เพียงแต่อาจจะต้องเลือกลักษณะให้ถูกกับการใช้งานซักหน่อยเท่านั้นเองครับผม

 

 

 

Cr. ภาพประกอบจาก google.com